ครม.อนุมัติกองทุนน้ำมันกู้ 2 หมื่นล้านตรึงดีเซล

โดย: Sandelle / 16 พฤศจิกายน 2564 - 18:57

ครม.อนุมัติการกู้เงิน 2 หมื่นล้านบาท สำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้ในการพยุงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ระดับ 30 บาท/ลิตร ด้าน ม็อบรถบรรทุก ยื่นหนังสือถึง รมว.พลังงาน ขอเปิดโต๊ะเจรจา ตรึงราคาดีเซล25บาทต่อลิตร หากรัฐยังเพิกเฉย ขีดเส้น15วัน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรวันนี้ได้อนุมัติการกู้เงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาทสำหรับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการพยุงราคา "น้ำมันดีเซล" ไว้ที่ระดับ 30 บาท/ลิตร เนื่องจากปัจจุบันสถานะของกองทุนน้ำมันติดลบแล้วโดยที่ผ่านมา กองทุนน้ำมันฯ ใช้เงินไปเดือนละประมาณพันล้านบาทในการตรึงราคา "น้ำมันดีเซล" ให้อยู่ในระดับดังกล่าว

นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังมีการอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้ จากเดิมที่กำหนดไว้ให้กู้ได้ไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท ขยายให้เป็น 3 หมื่นล้านบาท และให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถกู้ยืมเงินได้ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง โดยจะดำเนินการกู้ในกรอบวงเงิน 2 หมื่นล้านบาทก่อน ตามกรอบกฎหมายเดิมจนกว่าพระราชกฤษฎีกาจะมีผลบังคับใช้

ม็อบรถบรรทุก ยื่นหนังสือถึง รมว.พลังงาน ขอเปิดโต๊ะเจรจา ตรึงราคาดีเซล25บาทต่อลิตร หากรัฐยังเพิกเฉย ขีดเส้น15วัน เตรียมยกระดับเคลื่อนไหวขับไล่รัฐมนตรี ด้านกลุ่มสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย นำโดยอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์ฯ จัดกิจกรรมTruck Power ซีซั่น 2 นำรถบรรทุกออกมาแสดงพลังจากภาคการขนส่งในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องรัฐบาลตรึงราคา"น้ำมันดีเซล" ที่ 25 บาทต่อลิตร

โดยได้เคลื่อนขบวนรถหลายร้อยคัน จาก4เส้นทาง ถนนสายสุขุมวิท/ ถนนบางนา-ตราด/ ถนนกาญจนาภิเษก/และถนนสายเอเชีย มายังกระทรวงพลังงาน เพื่อยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยมี นายสมบูณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นตัวแทนมารับหนังสือ

โดยนายอภิชาติ ระบุว่า ยังคงยืนยันในข้อเรียกร้องเดิมคือ ตรึงราคา "น้ำมันดีเซล"ที่ 25บาทต่อลิตร /ลดภาษีสรรพสามิตลง 5 บาท​ต่อลิตร และยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนพลังงาน​ เป็นระยะเวลา 1 ปี และการยื่นหนังสือวันนี้เพื่อต้องการให้กระทรวงพลังงานและรัฐบาลเปิดโต๊ะเจรจาในการหารือปรับลด"ราคาน้ำมัน"ร่วมกัน และไม่ใช่เป็นการกดดันรัฐบาลแต่มาเพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน

จึงขอให้รัฐบาลอย่ามองขัามปัญหานี้ โดยจะขีดเส้นใน15วันจะต้องมีความชัดเจนจากรัฐบาล หากยังไม่ชัดและยังไม่มีการเปิดโต๊ะเจรจา จะยกระดับการเคลื่อนไหวในมาตรการต่อไปคือ ให้รถบรรทุกจะเติมน้ำมัน 20ลิตร แล้วขับรถเข้ากรุงเทพ หากน้ำมันหมดตรงไหนจอดตรงนั้น และหากรัฐมนตรีพลังงานไม่สามารถแก้ไขปัญหานี่ได้ก็ควรที่จะลาออกไป

นายอภิชาติ ยืนยันว่า จะมีการยกระดับขับไล่รัฐมนตรีอย่างแน่นอน และจะเป็นการเคลื่อนไหวก่อนจะยกระดับในมาตรการขั้นสุดคือ ปรับราคาภาคการขนส่งขึ้น 10% ในวันที่1 ธ.ค.นี้ ซึ่งมาตรการนี้หากประกาศไปจะส่งผลกระทบกับราคาสินค้าอุปโภค บริโภคด้วย โดยหลังจากนี้จะเข้าไปชี้แจงกับกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เขัามาช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหา

ขณะที่รองปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุด้วยว่า หลังจากนี้จะนำเสนอเรื่องให้กับรัฐมนตรีส่าการกระทรวงพลังงานหลังกลับจากประชุม คณะรัฐมนตรี ที่ จ.กระบี่ ซึ่งในเบื้องต้น เรื่องนี้เกี่ยวข้องในหลายกระทรวงทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร กระทรวงพาณิชย์ จึงต้องเรียกทุกกระทรวงมาหารือร่วมกันก่อน ส่วนจะทำได้ในราคา 25บาท ตามข้อเรียกร้องหรือไม่นั้น ทางกระทรวงพลังงานก็ได้มอบหมายคณะทำงาน กรมธุรกิจพลังงานไปศึกษารายละเอียดเรื่องนี้แล้ว

ทั้งนี้ทางกลุ่มสหพันธ์ภาคการขนส่งแห่งประชาชนไทย ได้เสนอให้มีการนำไบโอดีเซลออกจากระบบของพลังงานเพราะมองว่า จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลงมาได้ และในขณะนี่ภาคการขนส่งต้องแบกรับค่าต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง20% โดยจะต้องให้คนขับรถบรรทุกมาร่วมออกในส่วนนี้ด้วย

สำหรับบรรยากาศที่หน้ากระทรวงพลังงาน หลังจากที่กลุ่มรถบรรทุกเคลื่อนขบวนมาถึง ก็ได้จอดรถบรรทุกหลายร้อยคันไว้บนถนนวิภาวรดฝั่งขาเข้าและขาออกในเลนส์ซ้ายสุดของช่องหลัก ยาวเกินกว่า1กิโลเมตร และบางส่วนจอดทำกิจกรรมแสดงพลังหน้าประตูทางเข้าออกหลักของกระทรวงพลังงาน โดยได้ทำกิจกรรมทั้งการพูดถึงเหตุผลของการออกมาแสดงพลัง โครงสร้าง "ราคาน้ำมัน"และผูกริบบิ้นเขียว ส่งพวงหรีด หน้าประตูด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและคออำนวยความสะกวกการจราจรไม่ให้กระทบกับปะชาชน ที่ใช้เส้นทางสัญจร

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกลุ่มสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวมาแล้วถึง2ครั้ง คือวันที่ 19ตุลาคม ในการนำรถออกมาแสดงพลังรอบปริมณฑล และวันที่ 1 พ.ย.หยุดการเดินรถภาคการขนส่งไป20% ทำให้เหลือรถวิ่งอยู่ 70,000-80,000 คันเท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : คมชัดลึก

แสดงความคิดเห็น