พ่อ-ลูก

โดย: Sandelle / 24 ตุลาคม 2564 - 11:01

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ มะลาศรี พนักงานสอบสวน สภ.นาหว้า จ.นครพนม รับแจ้งมีเหตุ ค น ถู ก ฆ่ า ต า ย ในบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 3 บ้านหนองไชยวาน ต.นาหว้า จึงประสานแพทย์เวร รพ.นาหว้า และกู้ภัยศรีสัตตนครพนม เดินทางไปยังบ้านหลังดังกล่าว ที่ปลูกเป็น 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้  

โดยบริเวณชั้นล่างมีเตียง ค น ไ ข้ อยู่ตรงหน้าต่างติดประตูหน้าบ้าน พบ ศ พ ผู้ ตา ย เป็นชาย ทราบชื่อต่อมาคือ นายอนันตชัย อังคะมาตย์ หรือเท่ อายุ 22 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านซึ่งเป็น ผู้ ป่ ว ย ติ ด เตียง ในสภาพสวมใส่แพมเพิร์สผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพียงตัวเดียว มีเชือกไนลอนสีแดง รั ด อยู่ที่ ลำ ค อ และไม่มีร่ อ ง ร อ ย การ ต่ อ สู้

ระหว่างเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิก ศ พ นายเท่อยู่นั้น ก็มีชายเลี้ยงควายวิ่งหน้าตาตื่นมาแจ้งว่า พบ ศ พ ผู้ชายคนหนึ่งนอน ต า ย อยู่ในศาลาที่สร้างไว้ให้ประชาชนพักผ่อน ริมสระน้ำหนองไชยวาน ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร และยังไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน

เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบทราบว่าชายดังกล่าวชื่อ นายทองไสว อังคะมาตย์ หรือกึด อายุ 54 ปี เป็นพ่อของนายเท่นั่นเอง มี บ า ด แ ผ ล เ ฉื อ น บริเวณลำคอเป็น แ ผ ล ฉ ก ร ร จ์ และมีมีดพร้าตกอยู่ที่มือด้านขวา เ ลื อ ด ส า ด เต็มศาลา จึงเก็บหลักฐานจุดที่พบ ศ พ ทั้งสองแห่งไว้เป็นหลักฐานเพื่อสอบสวนหาสาเหตุการ เ สี ย ชี วิ ต ของสองพ่อลูกอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสังวรณ์ อรรคบาล อายุ 54 ปี ภรรยาและเป็นแม่ของนายเท่ เล่าว่า ลูกชายลาออกจากโรงเรียน ไปทำงานเป็นลูกจ้างร้านนึ่งข้าวขายอยู่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลายปี จนสามารถเก็บเงินดาวน์รถยนต์ 4 ประตูมาใช้ได้ 1 คัน กระทั่งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังเลิกงานลูกชายได้ขับรถยนต์ไปหาเพื่อน ระหว่างทางเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ รถเสียหลักตกถนน เป็นเหตุให้ลูกชาย คอ และกระดูกสันหลัง หั ก แพทย์จึงแจ้งญาติว่าคน ไ ข้ จะกลายเป็น ผู้ ป่ ว ย ติ ด เตียง ต้องนอนรักษาตัวอยู่ใน รพ.นานหลายสัปดาห์

วันที่ 12 สิงหาคม ตนได้เหมารถไปรับลูกชายกลับมารักษาต่อที่ รพ.นาหว้า เพราะครอบครัวไม่เงินจะจ่ายค่าหมอ โดยได้ค่าประกันอุบัติเป็นเงิน จำนวน 80,000 บาท ซึ่งทาง รพ.ก็เมตตาคิดค่ารักษาตามที่ประกันจ่ายให้ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พาลูกชายเข้ารักษาที่ รพ.นาหว้า ทันที กระทั่งต้นเดือนตุลาคมแพทย์ได้อนุญาตให้กลับมาดูแลต่อที่บ้าน พร้อมมอบเตียงคนไข้ให้มา 1 ตัว

นางสังวรณ์เล่าต่อทั้งน้ำตาว่า นายกึก สามี เห็นสภาพลูกชายกลายเป็น ผู้ ป่ ว ย ติ ด เตียง ได้แต่ยืนมองน้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่เคยปริปากพูดหรือบ่นอะไร เพราะปกติสามีก็เป็นคนไม่ค่อยคุยกับใคร ไม่เคยแตะสิ่งของมึนเมา จะดูแลเปลี่ยนแพมเพิร์ส และนอนใต้เตียงผู้ป่วย เพื่ออยู่เฝ้าลูกชายในตอนกลางคืนเสมอ

วันเกิดเหตุ ตนพร้อมลูกสาวคนเล็ก อายุ 10 ขวบ ขับ จยย. ไปดูต้นข้าวในนาว่าจะเก็บเกี่ยวได้เมื่อไหร่ จึงบอกกับสามีว่าถ้าลูกหิวข้าวก็ป้อนเขา ตนกลับจากนาก็จะล้างแผลกดทับเอง สามีไม่ตอบได้แต่พยักหน้า ตนใช้เวลาไปดูข้าวประมาณ 1 ชั่วโมง ก็กลับเข้าบ้าน พบประตูหน้าบ้านและหน้าต่างปิด

ซึ่งเป็นปกติถ้าสองพ่อลูกคู่นี้อยู่ด้วยกัน มักจะปิดประตูหน้าต่างแบบนี้และนอนคุยกัน ตนเปิดประตูเข้าไปไม่เห็นลูกชายอยู่บนเตียง เดินอ้อมมาอีกด้านเห็นสภาพลูกนอนอยู่ที่พื้น โดยมีเชือกไนลอนสีแดงที่ใช้ผูกควาย รั ด อยู่ที่ ลำ ค อ ด้วยความตกใจจึงตะโกนเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยอุ้ม ร่ า ง ลูกขึ้นบนเตียง พร้อมปั๊มหัวใจ ตนก็ตะโกนร้องเรียกชื่อสามีว่าอยู่ไหนๆ สุดท้ายไม่สามารถ กู้ ชี วิ ต ลูกกลับคืนมาได้ กระทั่งคนเลี้ยงควายแถวสระน้ำหนองไชยวานไปพบ ร่ า ง สามีใช้ มี ด เฉื อน ค อ ตั ว เ อ ง ต า ย ค า ศาลาริมน้ำ

นางสังวรณ์ร่ำไห้เล่าถึงช่วงนี้ว่า นายกึดรักลูกชายคนนี้มาก โดยมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นชายสอง หญิงหนึ่ง นายเท่เป็นคนกลาง และสามีทนเห็นสภาพลูก ต้องมานอน ป่ ว ย ติ ด เตียงเช่นนี้ไม่ได้ จึงใช้เชือก รั ด ค อ ลูก ก่อนจะไปหยิบ มี ด พร้า เดินข้ามลัดทุ่งนาเพื่อ ฆ่ า ตั ว เ อ ง ต า ย ตามลูกที่ตนรักมากที่สุด สำหรับการฌาปนกิจยังต้องรอปรึกษาญาติๆ ก่อน

แสดงความคิดเห็น