ลุ้นวันนี้ เคาะแจกเงินเยียวยาเพิ่ม ม.33 ม.39 ม.40

โดย: wolverine / 27 กรกฏาคม 2564 - 10:33

วันที่ 27 กรกฎาคม 2564 มีรายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรี จะมีการประชุมเพื่อขยายขอบเขตการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการจากที่ก่อนหน้านี้มีเพียง 10 จังหวัด แต่จะเพิ่มเป็น 13 จังหวัด โดย 3 จังหวัดที่เพิ่มเข้ามานั้นได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้จะครอบคลุมทั้งหมด 9 กิจการ ให้เงินประกันสังคมเยียวยา ทั้งหมด 1 เดือน

มีใครที่ได้เงินบ้าง

- ลูกจ้างและนายจ้างที่อยู่ในประกันสังคมมาตรา 33

- ผู้ประกันตนมาตรา 39

- ฟรีแลนซ์และคนทำงานอิสระ ให้สมัครประกันสังคมมาตรา 40 โดยผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตนก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ให้รีบสมัครภายในวันที่ 30 กรกฎาคม 2564

กิจการใดบ้างที่ได้รับความช่วยเหลือ

- กิจการก่อสร้าง

- กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร

- กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ

- กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ

- สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า

- สาขาขายส่งและการขายปลีก

- สาขาการซ่อมยานยนต์

- สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ

- สาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร

ได้รับเงินเท่าไร

สำหรับลูกจ้าง ม.33 จะได้รับเงินจากรัฐบาล 2,500 บาททุกคน แต่สำหรับคนที่กิจการถูกสั่งปิด ได้รับผลกระทบ ไปทำงานไม่ได้ ประกันสังคมจะช่วยจ่ายเพิ่มอีก 50% ของฐานเงินเดือน แต่ไม่เกิน 7,500 บาท ดังนั้น ลูกจ้าง ม.33 มีโอกาสได้เงินสูงถึง 10,000 บาท คนที่อยู่ในประกันสังคม ม.39 ม.40 จะได้เงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท

ทำอย่างไรให้ได้เงินเร็ว ๆ

กรณีลูกจ้าง ม.33 สามารถเช็กสิทธิ์ว่าท่านได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ ได้ที่เว็บไซต์ประกันสังคม

ลูกจ้าง ม.33 ที่ได้รับสิทธิ์ แต่กิจการไม่ถูกปิด แนะนำให้ท่านรีบไปผูกบัญชีพร้อมเพย์แบบบัตรประชาชนกับบัญชีธนาคารโดยด่วน เนื่องจากคาดว่า จะมีการโอนเงินในวันที่ 6 สิงคมนี้แล้ว

ลูกจ้าง ม.33 ที่ได้รับสิทธิ์ และกิจการไม่ถูกปิด นายจ้างต้องรีบขึ้นทะเบียน e-Service เพื่อแจ้งว่ากิจการถูกปิด ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้และระบุให้ชัดว่ามีลูกจ้างกี่คน หยุดงานตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน และให้ลูกจ้างกรอกแบบ สปส.2-01/7 แนบสมุดบัญชีออมทรัพย์ส่งให้นายจ้างเพื่อส่งให้ประกันสังคม ภายใน 3 วันหลังจากที่นายจ้างลงทะเบียน e-Service

ทั้งนี้ ประกันสังคมจะช่วยจ่ายค่าจ้างในกรณีนี้ เป็นเงิน 50% ของฐานเงินเดือน แต่ไม่เกิน 7,500 บาท ทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่คนไทยจะได้รับเงิน 2,500 บาทช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มเติม นั่นทำให้ลูกจ้างไทยได้รับเงินสูงสุด 10,000 บาท

แสดงความคิดเห็น